มาทำความรู้จักกับ “Search Engine Optimization” หรือเรียกง่าย ๆ ว่า SEO

“Search Engine Optimization” หรือ “SEO” สามตัวอักษรนี้ น่าจะเป็นคำ ที่หลายคน คุ้นเคย หรือรู้จัก กันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ คนที่มีเว็บไซต์ ของตัวเอง หรือรับทำเว็บไซต์ก็ตาม เพราะนอกจาก จะเป็นปัจจัย สำคัญ ที่ช่วยทำให้ ยอดขายเพิ่มขึ้น ได้แล้ว

SEO ยังมีความสำคัญ กับเว็บไซต์ มากชนิดที่เรียกได้ว่า ถ้าเว็บไซต์ไหนไม่มี หรือไม่ได้ทำ SEO ไว้ เว็บนั้น อาจต้องเตรียมปิดตัวลง ในอีกไม่นานก็เป็นได้ “SEO” หรือ “Search Engine Optimization” คือ

วิธีการปรับแต่งเว็บไซต์ ซึ่งรวมถึง การปรับปรุงเนื้อหา และการเพิ่ม Backlink ซึ่งเป็นลิงค์ ที่มีคุณภาพ มายังเว็บไซต์ เพื่อให้เว็บไซต์ ติดอยู่ในอันดับต้น ๆ บน Search Result Page

เมื่อกรอก Keyword ที่ต้องการผ่าน Search Engine ต่าง ๆ อาทิ Google , Yahoo! , Bing เป็นต้น โดยเป็นวิธีการ ที่มีประสิทธิภาพ ในการเพิ่มยอด ผู้เข้าชมเว็บไซต์ ในระยะยาว

เนื่องจากในปัจจุบัน มีผู้ค้นหาข้อมูลผ่าน Google มากเป็นอันดับหนึ่ง ในหลาย ๆ ประเทศ ทั้งในประเทศไทย สหรัฐอเมริกา อังกฤษ อินเดีย ญี่ปุ่น เป็นต้น ส่วนใหญ่จึงเน้นการทำ SEO บน Google เป็นหลัก

ทั้งนี้ แต่ละ Search Engine ก็มีหลักการที่ไม่ต่างกันนัก นั่นคือ “User Experience” หรือ “การมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด” ดังนั้นการทำ SEO ตามหลักของ Google จะเน้นการทำเว็บไซต์ ให้มีคุณภาพ ให้ข้อมูลที่ตรงกับ Keyword ที่ใช้ค้นหา จึงสามารถ ส่งผลในการทำ SEO ใน Search Engine อื่น ๆ อีกด้วย

ในส่วนของกรอบสีแดง คือ ส่วนของ “Organic Search” หรือที่เรียกว่า “Natural Search” ในส่วนนี้เป็นข้อมูลหน้าเว็บไซต์ทั้งหมดที่ทางระบบของ Search Engine อาทิ Google รวบรวมมา

โดยใช้คะแนนในการจัดอันดับ การให้คะแนนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับ กฎเกณฑ์ ที่แต่ละ Search Engine ได้กำหนดขึ้น ด้วยเหตุนี้ จึงเรียกวิธี การปรับแต่งเว็บไซต์ ให้ติดอยู่ในอันดับต้น ๆ บนหน้าผลการค้นหานี้ว่า “SEO” (Search Engine Optimization)

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “SEM” (Search Engine Marketing) หรือการทำ การตลาดบน Search Engine สำหรับ ในส่วนข้อความ ที่อยู่เหนือกรอบสีแดง ที่มีคำว่า “โฆษณา” หรือ “Ad” นั้น

คือส่วนของการลงโฆษณากับทาง Google ซึ่งเรียกว่า “PPC” (Pay Per Click) โดยเป็นการประมูล Keyword ที่ต้องการให้ แสดงโฆษณา และจะมีการเก็บค่าใช้จ่าย เมื่อมีการคลิกเข้าไปชม

Search Engine Algorithm

ระบบการจัดอันดับ การแสดงผลใน Search Result Page มีชื่อเรียกว่า “Algorithm” แต่ละ Search Engine จะมีระบบ Algorithm ในการให้คะแนน เว็บไซต์ ที่แตกต่างกัน และจะมีการอัพเดต อยู่เสมอ ๆ เพื่อคัดกรอง เว็บไซต์ ที่ไม่มีคุณภาพ

และเพื่อให้ ผลการค้นหานั้น ตรงตามที่ผู้ใช้งาน ต้องการ มากที่สุด เราจึงจำเป็นต้อง สร้างเว็บไซต์ ให้มีคุณภาพตาม Algorithm เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำอันดับได้ดีที่สุด Algorithm ที่ใช้ในการ จัดอันดับเว็บไซต์ ของ Google

ซึ่งเป็น Search Engine หลักที่นิยมใช้ใน ประเทศไทย และในหลายประเทศทั่วโลก นั้นมีอยู่มากกว่า 100 ปัจจัย แต่เราสามารถ สรุป Algorithm ได้เป็น 2 ปัจจัยหลัก คือ

  1. ปัจจัยภายใน (On-page / Micro) ปัจจัยภายใน นั้น มาจากการปรับแต่งตัว โครงสร้างเว็บไซต์ และเนื้อหา ภายในเว็บไซต์ เป็นส่วนที่สำคัญ ที่สุดในการทำ SEO ให้ติดอันดับ ได้แก่
  • Crawl Ability : โครงสร้างของเว็บไซต์ ที่เอื้อต่อการเก็บข้อมูลของ Search Engine
  • Site Volume : จำนวนหน้า ภายในเว็บไซต์ (Index)
  • Site Theme : ลิงค์เชื่อมโยงเนื้อหา ภายในเว็บไซต์ (Internal Link)
  • Text Match : การเลือกใช้คำ ที่เกี่ยวข้องกับ Keyword ตลอดจนคุณภาพ และปริมาณของเนื้อหา ที่เกี่ยวข้องกับ Keyword
  • ปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานของผู้ใช้ (User Experience) เช่น
    • PageSpeed : ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์
    • Mobile friendly : เว็บไซต์ใช้งานได้ง่ายบนโทรศัพท์มือถือและรองรับขนาดหน้าจอที่มีขนาดแตกต่างกัน (Responsive Web Design)
    • Safe Browsing : ความปลอดภัยในการใช้งาน ซึ่งเว็บไซต์ต้องไม่มีการฝัง Malware หรือ Spam
    • HTTPS : การใช้ SSL Certificate ซึ่งช่วยป้องกันการดักข้อมูลต่างๆ ที่ผู้ใช้กรอกในเว็บไซต์ เช่น ข้อมูลส่วนตัว เลขบัตรเครดิต
    • Intrusive Interstitial : ไม่มีโฆษณาที่แสดงขึ้นมาจนบังเนื้อหาหลักของเว็บไซต์ เช่น Popup Ads
  1. ปัจจัยภายนอก (Off-page / Macro) ปัจจัยจากภายนอก นั้น คือ Backlink หรือลิงค์จากเว็บไซต์อื่น (External Link) โดยอาจเป็นลิงค์ ที่ผู้อื่นสร้างให้เว็บไซต์ ของเรา เช่น การอ้างอิงที่มาของข้อมูล หรือลิงค์ที่เราสร้างด้วยตัวเราเอง เช่น การไปลงบทความในเว็บไซต์อื่น การลงทะเบียนเว็บไซต์ในสารบัญเว็บไซต์ ซึ่งปัจจัยภายนอกนี้สามารถแบ่งได้เป็น
  • Link Popularity : ปริมาณ Backlink ที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของเรา
  • Site Theme : คุณภาพของเนื้อหาและ Backlink ที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของเรา

ปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการทำ SEO

ปัจจัยเหล่านี้ ไม่ได้เป็นที่ยืนยัน จาก Google ว่ามีผลต่อ การจัดอันดับ แต่เป็นสัญญาณ ที่สามารถบ่งบอกได้ว่า เว็บไซต์นั้น มีคุณภาพดี หรือไม่ ซึ่งจะเป็นแนวทาง ให้ผู้พัฒนา หรือผู้ดูแลเว็บไซต์ ได้ปรับปรุงเพิ่มเติม

  • สัญญาณจากผู้ใช้เว็บไซต์ (User Signals) ข้อมูลการใช้งาน ของเว็บไซต์ สามารถดูได้จาก Google Analytics ไม่ว่าจะเป็น จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ (Users) , รายงานข้อความ ค้นหาของคีย์เวิร์ด (Queries) และ อัตราการคลิก เข้าชมเว็บไซต์ ผ่าน Keyword นั้น ๆ (CTR) เป็นต้น ข้อมูลเหล่า นี้เป็นสัญญาณ ที่สำคัญ ที่ใช้วัดคุณภาพ ของเว็บไซต์ได้

ด้วยเหตุนี้ เองเว็บไซต์ ที่ต้องการทำ SEO จึงควรติด Google Analytics และ Search Console เพื่อให้ Google เข้าถึงข้อมูลดังกล่าว และเราสามารถตรวจสอบ ประสิทธิภาพเว็บไซต์ ของตัวเองได้

  • สัญญาณจาก Social Media (Social Media Signals) จำนวน Likes และ Shares ของลิงค์หน้าเว็บไซต์ รวมทั้ง Traffic จาก Social Media ต่างๆ ได้แก่ Facebook , Twitter และ Pinterest มีส่วนช่วย ในการจัดอันดับ เว็บไซต์

การสร้างบทความ ที่มีประโยชน์ ซึ่งเกี่ยวข้อง กับเนื้อหาหลัก ในเว็บไซต์ และใช้ Social Media เป็นช่องทาง ในการกระจาย บทความ ไปยังผู้ใช้ เพื่อดึงให้คนเข้ามาอ่าน บทความ และเพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์ จึงเป็นวิธีการที่ช่วยให้ทำอันดับบน Google ได้ดีและติดอันดับเร็วขึ้น

ประโยชน์ของการทำ SEO

  • เพิ่มจำนวน ผู้เข้าชมเว็บไซต์ ในปัจจุบัน มีผู้ค้นหาข้อมูลผ่าน Search Engine เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ หากเว็บไซต์ ติดอันดับด้วย Keyword ที่มีผู้ใช้ค้นหา เป็นจำนวนมาก ก็มีโอกาส ที่จะมีผู้เข้าชมเว็บไซต์ มากตามไปด้วย อีกทั้งเมื่อมี Keyword ใดติดอันดับ Keyword ที่ใกล้เคียงกัน ก็จะติดอันดับไปด้วย จึงจะมีผู้เข้าชม เพิ่มขึ้นจาก Keyword อื่น ๆ ที่ไม่ได้เลือกทำ SEO ได้อีกด้วย
  • เพิ่มโอกาส ในการขายสินค้า หรือบริการ การทำ SEO เป็นการทำให้เว็บไซต์ ถูกค้นเจอด้วย Keyword ที่ค่อนข้าง เฉพาะเจาะจง ผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ผ่าน Search Engine ย่อมมีความสนใจใน Keyword นั้นอยู่แล้ว ก็ย่อมมีโอกาสสูง ที่จะซื้อสินค้า หรือใช้บริการจากเว็บไซต์ ที่เข้าไปชม นอกจากนั้นแล้ว การที่มีผู้เข้าชม เว็บไซต์มากขึ้น ก็มีโอกาสที่ จะขายสินค้า หรือบริการได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย
  • โปรโมทเว็บไซต์ ให้เป็นที่รู้จัก และเพิ่มความน่าเชื่อถือ โดยส่วนใหญ่ เวลาที่คนค้นหาข้อมูลผ่าน Search Engine ก็จะเปิดดูเว็บไซต์ ที่อยู่ในหน้าแรก หรือหน้าถัดมา ในผลการค้นหาเท่านั้น การที่เว็บไซต์ ของเราปรากฏ อยู่ในหน้าแรก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอันดับต้น ๆ จะทำให้ชื่อของเว็บไซต์ ได้เห็นผ่านตาและเป็นที่รู้จัก แม้ว่าจะยังไม่ได้คลิก เข้ามาดูเนื้อหา ในเว็บไซต์ก็ตาม
  • ลดค่าใช้จ่ายในการลงโฆษณา เนื่องจากทำ SEO ต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง กว่าเว็บไซต์ จะติดอันดับ ในหน้าแรก จึงเหมาะเป็นการ ทำการตลาดในระยะยาว และเนื่องจาก การคลิกเว็บไซต์ ในส่วนของ SEO นั้น จะไม่มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นเหมือนกับ การลงโฆษณากับ Search Engine โดยตรง จึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ในส่วนนี้ได้ และราคาค่อนข้าง ถูกกว่าการลงโฆษณา กับสื่ออื่น ๆ

ทั้งนี้หากเลือกทำ SEO ด้วย Keyword ยอดนิยมที่มีคนใช้มาก ๆ ค่าใช้จ่ายก็อาจสูงตามไปด้วย เพราะมีการแข่งขันที่สูง ดังนั้น เวลาเลือก Keyword จึงควรพิจารณา ให้เหมาะสมกับจุดประสงค์ ในการทำการตลาด และความคุ้มค่า ในการลงทุน

แนวทางการรักษาอันดับ

หลังจากการ เริ่มทำ SEO ได้สักระยะหนึ่ง เราจะเริ่มเห็น การพัฒนา ของอันดับไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้น ก็ขึ้นอยู่กับ เนื้อหา และคุณภาพ ของเว็บไซต์ ของเรา รวมทั้งการแข่งขันใน Keyword นั้น ๆ และคุณภาพเว็บไซต์ ของคู่แข่ง โดยทั่วไปแล้ว อันดับจะไต่ขึ้นมา อย่างค่อยเป็นค่อยไป หากอันดับของเว็บไซต์ ยังไม่ดีขึ้น จนเป็นที่น่าพอใจ

จำเป็นต้องเพิ่ม เนื้อหาภายในเว็บไซต์ กับเพิ่มจำนวน Backlink ที่มีคุณภาพให้มากยิ่งขึ้น เมื่อเว็บไซต์ ติดในหน้าแรก ของผลการค้นหาแล้ว ก็ยังจำเป็น ต้องอัพเดตเว็บไซต์ เพิ่มเติมเนื้อหา และเพิ่ม Backlink อย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษา อันดับเอาไว้

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *