เว็บรีวิวหนัง จึงทำให้ได้รับความนิยม จากผู้อ่านเป็นอย่างมาก

เว็บรีวิวหนัง จึงทำให้ได้รับความนิยม จากผู้อ่านเป็นอย่างมาก หลายต่อหลายท่าน เลือกที่จะ เข้ามาอ่านการวิเคราะห์หนัง จากเว็บไซต์ของเรา ก็เพราะว่า เชียนได้น่าอ่าน และชวนติดตาม

เป็นอย่างยิ่ง มากไปกว่านั้น คือเทคนิคการวิเคราะห์ หนังแต่ละเรื่อง ที่ไม่ใช่ ว่าจะมาพูดกันเล่น ๆ พูดกันลอย ๆ ว่าหนังเรื่องนั้น ดีหรือไม่ดี สนุก หรือไม่สนุก แต่มีหลักการ ในการเขียนบรรยาย ใส่ใจในทุกบทความ

นอกจากเพื่อความบันเทิง ก็ยังจะได้ความรู้ไปด้วย อีกทั้งทางเว็บ ยังมีภาพยนต์ทั้งใหม่ และเก่า มาให้คุณได้รับชมกัน ตลอดทั้งวัน ทุกเวลาอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลย ที่จะได้รับความนิยม จากท่านผู้ชม และผู้อ่าน อย่างมากมายขนาดนี้ ดูหนังออนไลน์ hd

Movie review sites Thus making it popular From readers a lot Many of you choose to come in and read the movie analysis. From our website, it’s because Chien is attractive to read and follow.

Very much More than that It is a technique for analyzing each movie that is not just for fun or not fun, but with a principle of narrative writing. Pay attention to every article

Besides entertainment Will also gain knowledge Also on the web There are movies, both new and old, for you to watch each other throughout the day and every time. Therefore it is not surprising at all That will be popular with the audience and readers this much.

Promising Young Woman – สาวซ่าส์ล่าบัญชีแค้น (7/10)

Promising Young Woman บอกเล่าเรื่องราว ของอดีตนักศึกษาแพทย์ ที่ปัจจุบันทำงานเป็น พนักงานร้านกาแฟ แต่ยามกลางคืน ช่วงสุดสัปดาห์ เธอก็ออกไปแกล้งทำเป็นเมา เพื่อล่อหลอกผู้ชาย ที่ไม่ไหวดีกับเธอ มาสั่งสอนให้สำนึก พร้อมทั้งเธอวางแผนแก้แค้น เพื่อนร่วมรุ่น ที่เคยฝากปมในอดีต อันเลวร้ายเอาไว้

หนังมันหักหลังเรา ด้วยการใส่สัญญะต่าง ๆ เช่น ซอสเปื้อนเสื้อ หรือการขีดนับแต้ม ของนางเอก ในสมุด ก็ล้วนทำให้คิดว่าผู้ชาย ที่โดนนางเอกหลอกล่อมา ต้องโดนฆ่าแน่ ๆ แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่แบบนั้น เพราะสิ่งที่เธอทำ แค่การด่า ๆ เท่านั้น

ย้ำอีกครั้งว่าความจริง คือ มันไม่ใช่หนังล้างแค้น ในด้านการล้างแค้น บุคคลเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีต ก็ไม่ใช่การไปไล่ฆ่าเช่นกัน แต่มันคือการล้างแค้นแบบ…มีชั้นเชิงหน่อย ๆ ด้วยความที่หนัง มันเป็นแบบนั้น มันจึงยังเป็นการล้างแค้นที่ “ไม่สะใจ”

ค่อนข้างธรรมดา และดูจืดชืดไปเสียด้วยซ้ำ ไม่สมกับเรื่องราวในอดีต ที่เลวร้ายตามคำกล่าวอ้าง ของนางเอกสักเท่าไหร่ หนังมีตอนจบที่ไม่คาดคิด เซอร์ไพรส์ไม่ใช่เล่น เรามักไม่ค่อยได้เห็น หนังล้างแค้นจบแบบนี้สักเท่าไหร่ มันก็มีแบบสรุปในแบบของมัน

และในส่วนของเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในอดีต หนังมันยังไม่ได้ให้ความชัดเจน กับเหตุการณ์นั้นว่าจริง ๆ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไม่มีฉากแฟลชแบ็ก มีเพียงคำพูดคำกล่าว ของเหล่าตัวละคร และคลิปที่คนดูได้ยินแต่เสียง ที่ก็ยังคงไม่ชัดเจนว่าจริง ๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้ามองกันจริง ๆ แล้ว ด้วยความเป็นคนธรรมดา ถ้าเจอเหตุการณ์แบบในหนัง เราก็คงไปควักปืนไล่ล่าฆ่าแบบ John Wick คงไม่ได้ เราก็คงทำเหมือนนางเอกในหนัง เพราะมันดูจริง และเป็นไปได้กว่า หนังล้างแค้นหลาย ๆ เรื่อง จุดเด่นอีกอย่างของหนังคือเพลงประกอบ หนังมีเพลงประกอบที่โดดเด่นมาก เข้ากับทุกสถานการณ์และทุกอารมณ์ในหนังเลยทีเดียว

SEOBOK – มนุษย์อมตะ (7/10)

เรื่องราวของมนุษย์โคลนนิ่งที่ชื่อว่า ซอบก ตัวทดลองที่สร้างขึ้น เพื่อความเป็นอมตะของมนุษย์ แต่แล้วคนที่ข้องเกี่ยว กับโครงการนี้ ก็เริ่มโดนโจมตี ทำให้ต้องพาซอบกไปยังที่ปลอดภัย ภารกิจนี้จึงตกไปอยู่ ในมือของกีฮอน เขาต้องพยายามปกป้อง ซอบก ด้วยชีวิต

จากตัวอย่าง คงจะคาดเดาได้ไม่ยาก ว่าหนังเน้นขาย นักแสดงอย่าง กงยู และพัคโบกอม เพราะหนังเรื่องนี้ ไม่มีนางเอก จึงทำให้จุดโฟกัสหลัก ไปอยู่ที่สองนักแสดงนำชาย อย่างเต็มที่ ซึ่งต้องบอกว่า ทั้งคู่เคมีเข้ากันได้ดีมาก ถึงมากที่สุด ใครแฟนคลับคนไหน มีช็อตให้กรี๊ดแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นความดุ ความดิบ ความหล่อเท่ หรือความเด็กน้อยขี้สงสัยอ่อนต่อโลก แสนจะน่ารัก

แต่ถึงแม้สองตัวละครหลัก จะดีแค่ไหน ตัวละครที่เหลือ นี่เรียกได้ว่าตัวประกอบจริง ๆ ไร้มิติ ไม่น่าสนใจ และกลายเป็น น่ารำคาญ ไปซะแบบนั้น ทางด้านเนื้อเรื่อง หากใครคาดหวังว่า จะได้ดูหนังไซไฟ แอ็คชัน พลังเหนือมนุษย์ อาจจะต้องผิดหวังสักหน่อย

เพราะเนื้อเรื่อง ส่วนมาก คือ การสนทนา ของสองตัวละครหลัก ถึงปรัชญาชีวิต การตามหา ความหมายของชีวิต ชีวิตคืออะไรทำนองนั้น แต่ไม่ใช่ว่า มันไม่มีฉากแอ็คชัน ถึงมีแต่มีน้อย มีในช่วงต้น ๆ เรื่อง และท้ายเรื่อง ซึ่งทั้งสองฉากนั้น ก็ถือว่าทำได้ดีเลยนะ

จริง ๆ หนังสามารถ ใส่อะไรเข้าไปได้เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นแอ็คชัน การปกป้องตัวทดลองของกงยู หรือการเผชิญโลก ครั้งแรกของพัคโบกอม หรือแม้กระทั่งฉากดราม่า ก็ขยี้ได้อีกมาก แต่หนังดันไปเล่น บทสนทนา ที่วนไปวนมาอย่างน่าเสียดาย และเสียของ

Godzilla vs. Kong – ก็อดซิลล่า ปะทะ คอง (8.5/10)

Godzilla Vs Kong บทส่งท้ายจักรวาลมอนสเตอร์ นับตั้งแต่ปี 2014 ที่ได้มีภาพยนตร์เรื่อง Godzilla ที่เป็นหนังเปิดจักรวาลมอนสเตอร์ให้กับทาง Legendary และ Warner Bros ซึ่งเป็นเจ้าของบทวิจารณ์ ที่เรียกได้ว่า แตกเป็น 2 ส่วน คือถูกใจนักวิจารณ์

แต่ไม่ถูกใจคนดูคอหนังแอคชั่น อาจเพราะด้วย ที่ฉากน้องก็อดซิลล่า ออกมาน้อยกว่าคู่ปรับอย่าง มูโตซะอีก ทำให้ จนทำให้ภาคหลัง ๆ ได้มีการปรับบทบาท ให้เจ้าของชื่อเรื่อง ได้แอร์ไทม์ในหนังเยอะขึ้น เอาใจคนดูใน Godzilla: King of the Monster 2019

ซึ่งพอมาภาคนี้ ก็ไม่วายโดนคนบ่นอีกว่า หนังมืดมาก สู้กันแต่ตอนกลางคืน รวมไปถึงพาร์ทดราม่า ของมนุษย์ในเรื่อง ชวนให้ลำไยมาก พร้อมด้วยความยาวหนังที่ยาวเกิน 2 ชั่วโมง หลายเสียงบอกว่า ค่อนข้างยืดมาก

ทำให้ ผู้กำกับ Godzilla vs Kong ต้องทำการบ้านอย่างหนัก จนแล้วจนรอดปี 2020 ค่ายหนังก็ประกาศเลื่อน จาก มีนาคม ไปเป็น พฤศจิกายน และประกาศเลื่อนอีกครั้ง มาเป็นปีนี้เดือน พฤษภาคม และเลื่อนขึ้นมาอีกรอบเป็น มีนาคม 2021 จนในที่สุดก็ได้ดูกันซักที

ตัวหนังในภาคนี้ เป็นเรื่องราวหลังจากภาคก่อน 3 ปี เมื่อก็อดซิลล่า ปรากฏตัวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้มา เพื่อต่อสู้กับสัตว์ประหลาดยักษ์ กลายเป็นว่า ก็อดซิลล่า ออกอาละวาด ทำลายศูนย์วิจัยของบริษัท APEX ทำให้มนุษย์นั้น เริ่มตระหนักว่า หรือแท้จริงแล้ว ก็อดซิลล่า จะเป็นตัวร้ายกัน?

ส่วนอีกฟากนึง ที่เกาะกะโหลก คองก็ถูกกักกัน เพื่อป้องกันไม่ได้ คองและก็อดซิลล่า ต้องมาปะทะกันแต่แล้ว ก็ได้มี ดร.ลิน ซึ่งมีทฤษฎี ฮาโลว์ เอิร์ธ ว่าด้วยโลกเรานั้น ใจกลางโลกเป็น จุดกำเนิดเหล่าอสูรยักษ์ ซึ่งหนึ่งในนั้น อาจจะเป็นแหล่งกำเนิดของเผ่าพันธ์คอง

รวมไปถึงพลังงาน ที่อาจเป็นตัวแปรสำคัญ ที่ทำให้มนุษย์นั้น สามารถเอาชนะ ก็อดซิลล่าได้ เลยจำเป็นต้นขนย้าย คองไปยังประตูสู่ฮาโลเอิร์ธ ณ ดินแดนแอนตาร์คติการ์ แต่ในระหว่างทางก็อดซิลล่า ก็ได้ออกมาปะทะเข้าซะก่อน เนื้อเรื่องจะเป็นอย่างไรต่อไป อย่าลืมไปติดตามดูกัน

หลังดูจบ ต้องขอแยกเป็น 2 ส่วน คือ

  1. ส่วนที่ชอบ คงหนีไม่พ้น พาร์ทของสัตว์ประหลาด ที่มีแอร์ไทม์ค่อนข้างเยอะ และฉากปะทะกันที่ยาวสะใจมาก ฉากต่อสู้ต่าง ๆ ไม่มืดแล้ว มุมกล้องที่ส่วนใหญ่ใช้มุมกล้องแบบ Human Eye View ทำให้สัตว์ยักษ์ดูอลังการขึ้นไปอีก เหมือนได้ดู Pacific Rim ภาคแรกเลยก็ว่าได้
  2. พล็อตหนังที่ค่อนข้างแฟนตาซี มีความกาว แบบก้าวกระโดดจากภาคแรกมาก เหมือนเขียนบทมา เพื่อเอาใจคนดูทั่วไป ให้สามารถเข้าถึง และสนุกไปกับฉากแอคชั่นต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ไม่ต้องมีบทที่ซับซ้อน

ซึ่งพอตัวหนัง เปลี่ยนโทนมาเป็นแนวนี้ จึงทำให้มีส่วนที่ไม่ชอบนั่นก็คือ พาร์ทมนุษย์ โดยเฉพาะเส้นเรื่องของ แมดดี้ แมดิสัน ตัวละครหลักจากภาคก่อน ซึ่งเหมือนตัวบท พยายามใส่น้อง เข้ามาเพื่อให้หนังมีคาแรคเตอร์ ตัวละครเดิมจากหนังภาคก่อน มาปรากฎตัวสร้างความเชื่อมโยง แต่บทของตัวละครนี้ เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีประโยชน์ใด ๆ ต่อเส้นเรื่องเลยก็ว่าได้ ค่อนข้างน่าผิดหวังในส่วนนี้

Raya and the Last Dragon – รายากับมังกรตัวสุดท้าย (8/10)

หนังอาเซี่ยนร่วมใจ โดยดิสนีย์ หลังจากที่ดิสนีย์ พาคนดูไปเที่ยวเมืองจีนใน “มู่หลาน” พาออกผจญภัย ตามหมู่เกาะไปกับ “โมอาน่า” นี่ถือเป็นครั้งแรก ที่ดิสนีย์ ได้หยิบเอาวัฒนะธรรมทางโซน SEA เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มาสร้างเรื่องราวขึ้นสู่จอใหญ่ ให้ได้ชมกันในรูปแบบแอนิเมชั่น

ถ้าถามว่าทำไม ถึงต้องเอาวัฒนธรรม โดยรวมของโซนนี้มาใช้ อาจจะเพราะเรื่องราวในเรื่องนี้นั้น มีการแบ่งเป็นเผ่าต่าง ๆ ซึ่งทำให้สามารถสอดแทรกความเป็นเอกลักษณ์ ของแต่ละประเทศ เข้าไปเป็นจุดเด่น ในแต่ละเผ่า ได้อย่างลงตัวนั้นเอง

เนื้อเรื่องว่าด้วย อาณาจักรคูมันตรา ที่เคยมีผู้คนอาศัย อยู่กันอย่างกลมเกลียว จนดรูน ปีศาจร้ายได้เข้า มากล้ำกลายอาณาจักร ทำให้หลาย ๆ คนกลายเป็นหิน และแตกคอกัน รวมไปถึงเป็น สาเหตุที่ทำให้เหล่ามังกร สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ของดินแดนนี้สูญพันธ์ กันเลยทีเดียว

เรื่องราวที่ว่าเลวร้ายแล้วนั้น หลายร้อยปีต่อมา เพื่อพ่อของรายา ได้เริ่มทำการสานสัมพันธ์ ทุกเผ่าเข้าด้วยกัน ด้วยการเชิญมาร่วมงานเลี้ยง แต่แล้วก็ได้ทำให้เกิดการแย่งชิงมณีมังกร ซึ่งเป็นลูกแก้ววิเศษ ที่ทำให้สามารถปกป้องจาก ดรูน ปีศาร้ายได้ ได้ถูกทำให้แตกกระจาย เป็นกลายส่วน และชิ้นส่วน ถูกนำไปใช้ปกป้องตามแต่ละเผ่า

จนแล้วจนรอด รายา ลูกสาวของผู้ครองเผ่าหัวใจ ต้องทำการตามหามังกรตัวสุดท้าย รวบรวมชิ้นส่วนมณีมังกร ให้ครบเพื่อที่จะได้นำ คนที่รักกลับมาได้ จะว่าไปแล้วงานดีไซน์ส่วนใหญ่ในเรื่อง ค่อนข้างที่จะมีแบบอ้างอิง จากวัฒนธรรมไทย เป็นส่วนใหญ่

ซึ่งเป็นการหยิบ เอามาดัดแปลง และลดทอนให้ดูเป็นสากลขึ้น ไม่ได้ไทยจ๋า ๆ แบบแอนิเมชั่น ของไทยหลาย ๆ เรื่อง ในส่วนงานดีไซน์นี้ ถือว่าทำออกมาได้น่าพึงพอใจเป็นอย่างมาก ใครจะไปคิดว่าวันหนึง จะได้เห็นวัฒนธรรมไทย ถูกถ่ายทอดออกมา โดยทีมงาน จากสตูดิโอฮอลลีวูด ผสมผสานกับความแฟนตาซี ของเรื่องราวทั้งหมดช่างลงตัว

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *