เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี กับ Coco (2017) : วันอลวน วิญญาณอลเวง

Coco (2017) เป็นหนังที่เซอร์ไพร์ส สำหรับมากจริง ๆ ในตอนแรกที่ดู ตัวอย่างหนัง แทบไม่ได้สนใจเลย เพราะเห็นสไตล์หนัง คิดว่าเป็นหนังแอนิเมชัน ที่เน้นไปทางเด็กดูมากกว่า จนมาเห็นกระแสวิจารณ์ ค่อนข้างดี เลยต้องหันกลับมาดู ไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมเขาถึงชมกัน ว่าหนังดีมาก เว็บดูหนังฟรี

Coco แอนิเมชันจาก Pixar ภายใต้การควบคุมของ Disney หนังได้รับการกำกับโดย Lee Unkrich และ Adrian Molina โดย Lee Unkrich เคยได้รับออสการ์แอนิเมชันยอดเยี่ยม มาแล้วครั้งนึงจาก Toy Story 3 (2010) และเป็นผู้กำกับผลงานชื่อดังอย่าง Finding Nemo (2003)

สำหรับ Coco (2017) มีเนื้อหาเกี่ยวกับ มิเกล เด็กน้อยผู้รักในเสียงดนตรี และมีความฝันอยากจะเป็น ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่แบบ เออร์เนสโตร เดอ ลา ครูซ (Ernesto de la Cruz ) แต่ตระกูลของมิเกล ดันมีปมกับเรื่องดนตรีซะงั้น

ทุกคนต่างเกลียด ดนตรีเข้าไส้ ด้วยความที่ มิเกล อยากจะเล่นดนตรี เขาจึงตัดสินใจฝืนคำสั่ง ครอบครัว ไปลงแข่งประกวดดนตรี ด้วยความพลิกผันทำให้เขาหลุดไปสู่ในโลกหลังความตาย และโลกหลังความตายก็มีกฏว่า เขาจะต้องกลับมาที่โลกมนุษย์ให้ทันก่อนพระอาทิตย์ขึ้น มิฉะนั้นเขาจะติดอยู่ในโลกหลังความตายไปตลอดกาล

Coco เป็นหนังที่เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี ตัวหนังผสมผสานประเด็นใหญ่ๆ ถึงสามเรื่องเชื่อมไว้ด้วยกัน คือเรื่อง “ความฝัน ครอบครัว และความตาย” โดยประเด็นที่หนังเน้นมากที่สุดคือเรื่อง “ครอบครัว” เล่าถึงสายใยระหว่างครอบครัว ความห่วงใยซึ่งกันและกัน เป็นจุดแข็งหนึ่งของเรื่องที่ถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก

“ความตาย” อีกจุดที่เตะตา และทำให้รู้สึกว่า หนังสร้างสรรค์ มีความแปลกใหม่ต่างไปจากเรื่องอื่นคือ การนำเรื่องโลกหลังความตายมาใช้ เรื่องราวความตายเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยจะมีคนนำมาใช้สักเท่าไร เพราะใช้ทีไรมักทำให้โทนหนังดูจริงจัง ดูมืด ดูน่ากลัว ยิ่งเป็นแอนิเมชันสายกระแสหลัก ที่มีฐานผู้ชมเป็นเด็กด้วย

ความตายดูเป็นเรื่องที่ไม่น่า จะนำมาเสนอให้เด็กดูได้ แต่สำหรับ Coco ไม่ถือว่าเป็นปัญหาเลย หนังสามารถสร้างสรรค์ ให้โลกแห่งความตาย เป็นโลกที่ไม่น่ากลัว มันก็เหมือนโลกอีกโลกหนึ่ง ที่คนก็ยังใช้ชีวิตตามปกติ แต่อยู่ในรูปโครงกระดูกนั่น แถมยังน่ารักอีกด้วย

ส่วนประเด็นเรื่อง “ความฝัน (และดนตรี)” เป็นปมสำคัญของเรื่องปมหนึ่ง แต่ไม่ได้โดดเด่นเท่ากับสองประเด็นที่กล่าวไป เหมือนเป็นตัวนำเรื่องที่โยงเข้าสู่แก่นหนังที่แท้จริง หนังนำเสนอเรื่องราวของเด็กที่มีความฝัน และอยากเป็นอย่างซูเปอร์สตาร์ในดวงใจ

ทว่าด้วยความฝันและความคลั่งไคล้กลับทำให้เขาได้พบกับครอบครัวอีกฝั่งที่เขาไม่มีโอกาสได้พบเจอและยังเป็นโอกาสอันดีที่จะตามหาไอดอลในฝันอย่าง เออร์เนสโตร เดอ ลา ครูซ อีกด้วย ถ้าไม่ได้ผ่านโลกหลังความตายมา เขาคงไม่มีโอกาสแบบนี้

ประเด็นสุดท้ายเรื่อง ดนตรี ดนตรีในเรื่องนี้มีความสำคัญในแง่ที่ว่า เป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกสองโลกอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งมันได้ทำให้คนเป็นและคนตายได้สื่อถึงกันและกัน แม้จะไม่ได้พบหน้าผ่านเสียงท่วงทำนองดนตรี

Dia de los Muertos (Day of the Dead) คือธีมหลักที่หนังนำมาใช้บอกเล่าเรื่องราวของหนัง วันแห่งความตายนี้ เป็นวันหนึ่งในรอบปีที่ชาวเม็กซิกันเชื่อว่า บรรพบุรุษญาติที่ล่วงลับไปแล้ว จะเดินทางข้ามสะพานดอกไม้จากโลกแห่งความตายกลับมาสู่โลกแห่งคนเป็น เพื่อพบหน้ากับเหล่าญาติคนรู้จักอีกครั้งหนึ่ง

ในวันนี้เหล่าครอบครัว จะมาพบหน้ากัน และจัดพิธีโรยกลีบดอกไม้ เป็นเส้นทางเพื่อให้ผู้ตาย เดินกลับมาได้ถูกทาง ชอบในไอเดียนี้ ที่หนังนำเรื่องเทศกาล Dia de los Muertos มาเล่า ความเชื่อเรื่อง การส่งความปราถนาดี ต่อผู้ที่ตายไปแล้ว หรือคนที่ตายไปแล้วกลับมา ให้พรกับลูกหลาน เป็นความเชื่อที่มีอยู่ในหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก

ในหนังพูดถึงเม็กซิกัน แต่คิดว่า เราก็สามารถ เข้าใจในเทศกาลนี้ ได้ไม่ยาก เพราะอย่างในบ้านเรา คนไทยเชื้อสายจีน ก็มีการไหว้บรรพบุรุษ ในช่วงเชงเม้ง หรือแม้กระทั่ง เผากระดาษเงิน กระดาษทอง ก็เกี่ยวกับประเด็นนี้ ส่วนชาวไทยแท้ ๆ ก็มีงานบุญ การกรวดน้ำ อุทิศแด่บรรพบุรุษที่ล่วงลับมาแล้ว

หนังดำเนินเรื่องได้ฉับไว สนุกลื่นไหล มีกลิ่นอายตามสูตรสไตล์แอนิเมชันสายกระแสหลักคือ ต้องมีช็อตฮา ช็อตซึ้ง ช็อตเศร้า ช็อตหักมุม ตรงนี้เราก็คุ้นเคยกันอยู่แล้วล่ะ บางส่วนก็พอเดาได้บ้างหรือเดินตามสูตรหนัง แต่มันกลับทำได้สนุก

ที่ประทับใจที่สุดและรู้สึกว่าหนังทำได้ดีมากคือ การบีบอารมณ์อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้ง ๆ ที่รู้ผลลัพธ์อยู่แล้ว แต่หนังก็ยังบีบอารมณ์ ให้เราน้ำตาคลอได้ โดยไม่ดูจงใจ ไม่เสแสร้งอะไรเลย ทำให้เรารู้สึกอินแนบแน่น ผูกพันไปกับตัวละคร

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *