La La Land สุดยอดหนังดี ท็อบฟอร์ม กวาดทุกเสียง จากเทศกาลหนัง

La La Land สุดยอดหนังดี ท็อบฟอร์ม กวาดทุกเสียง จากเทศกาลหนัง รวมถึงเข้าชิง ลูกโลกทองคำ และยังเป็นเต็งหนึ่ง ออสการ์อีกด้วย La La Land กำกับโดย Damien Chazelle เจ้าของหนังดนตรี Jazz สุดระห่ำ อย่าง Whiplash

ณ ตอนนี้ แกก็ได้เปลี่ยนแนว มาทำหนัง Musical อย่าง La La Land ซึ่งก็สามารถเรียกได้ว่า เป็นผลงานระดับ ขึ้นหิ้งของวงการภาพยนตร์เลย La La Land สุดยอดหนังดี เล่าถึงความรักของ มีอา และ เซบาสเตียน ดูหนังใหม่ออนไลน์

กับความฝัน อันยิ่งใหญ่ ในมหานครลอสแอนเจลิส มีอา เป็นเด็กขายกาแฟ ในคาเฟ่แห่งหนึ่ง และมีความฝัน อยากจะเป็นดารา ส่วนเซบาสเตียน หนุ่มช่างฝัน ที่เชื่อในวิถีแห่งแจ๊ส และอยาก จะเป็นเจ้าของ คาเฟ่แจ๊ส แห่งหนึ่งในมหานครแห่งนี้ ทั้งคู่ได้เดินทางตามฝัน แต่ในโลกของ ความเป็นจริง กลับไม่เหมือนอย่างที่คิด

La La Land คือ หนึ่งในหนัง ที่เยี่ยมที่สุดในปีนี้ นำภาพกลิ่นอาย ของภาพยนตร์ฮอลลีวูด ช่วงราวยุค 50 – 60 มาคืนชีพ ในสไตล์ Romantic & Musical สำหรับ เนื้อเรื่องของ La La Land ต้องขอบอกว่า ไม่มีอะไรมาก เพราะเป็นเนื้อเรื่อง ที่เราเคยเห็นทั่ว ๆ ไป กันอยู่แล้ว

แต่จุดที่สร้างความโดดเด่น คือ บทหนัง ที่ทำได้น่าติดตาม พร้อมกับการทำหนังเลียนแบบ Musical ย้อนยุค (แต่ช่วงเวลา ในเรื่องจริง ๆ คือยุคปัจจุบัน) เรียกได้ว่า Art มากเลยทีเดียว นอกจากนี้ การกำกับ ก็เป็นอีกหนึ่งอย่าง ที่ทำได้เยี่ยม

เพราะวิสัยทัศน์ ของเรื่อง แนวการดำเนินเรื่อง ทั้งในส่วนเนื้อเรื่องจริง กับส่วน Musical สามารถผสมผสาน ได้อย่างลงตัว อารมณ์ บทสนทนา ท่าเต้น จังหวะหนัง จังหวะเพลง องค์ประกอบเหล่านี้ กลมกลืนกัน อย่างสวยงาม จุดนี้ขอยกเครดิต ให้ผู้กำกับ

ที่สามารถ คุมองค์ประกอบ ได้อย่างยอดเยี่ยม ในส่วนงาน Production การกำกับฉาก และแสงสี ก็อยู่ในระดับห้าดาว มีการให้แสงสีต่าง ๆ แตกต่างกันไป ตามแต่ละช่วงอารมณ์ รวมถึงย้อมโทนสี ให้คล้ายกับ เหมือนเราย้อนกลับไป ดูหนังฮอลลีวูดเก่า ๆ อีกครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีการใช้ Long Take มาประกอบในหนัง อยู่บ่อยครั้ง ทำให้หนังมีมุมกล้อง ที่แปลกใหม่ เต็มไปด้วยเทคนิค อันแพรวพราว กระจายทั่ว ทั้งเรื่อง ส่วนภายในเรื่อง เราจะพบฉาก โทนย้อนยุค ที่มีองค์ประกอบ ศิลป์งดงาม เช่น เสื้อผ้า การแต่งตัว การเต้นแบบ Musical สไตล์ฮอลลีวูดย้อนยุค ดนตรีแจ๊ส

ภาพรวมหนัง เป็นไปตาม คอนเซ็ปต์ ของเรื่องคือ เริ่มต้นด้วยการ ตามล่าฝันของ ชาย หญิง ที่มีความกล้า อย่างเต็มเปี่ยม ไปจนถึงฉากสุดท้าย ที่ทั้งมีอา และเซบาสเตียน ต่างสมหวัง ในบางอย่าง และผิดหวังลึก ๆ ในบางอย่าง บทสรุปของหนังเป็นไปตามแนวคิดว่า

ดังนั้น ทั้งหมดที่ว่ามานี้ ต้องขอชื่นชม ในความบ้าบิ่น ของผู้กำกับ เพราะ La La Land เป็นหนังที่ทำยาก และโอกาส พลาดก็มีสูง แต่ในแง่ คุณภาพหนัง La La Land เต็มไปด้วย ของตื่นตา ตื่นใจ ที่คนดู ไม่เคยพบเห็น

และเกินความคาดหมาย ในขณะเดียวกัน หนังก็มีข้อเสีย ในแง่ที่ว่า ไม่เหมาะกับผู้ชม ที่ชื่นชอบ หนังกระแสหลัก เพราะ La La Land ก็ไม่ใช่หนังดูง่าย ออกไปทางหนังอาร์ต และเฉพาะทาง อยู่พอสมควร

ทั้งการดำเนินเรื่อง ก็ไม่ได้เดินเรื่อง แบบปกติ ดังนั้น บางคนก็อาจจะอินไปเลย หรือไม่ชอบไปเลย การแสดงของ Emma Stone น่าจับตามอง ในระดับเต็ง Oscar เนื่องด้วยบท Mia ไม่ใช่บท ที่เล่นได้ง่ายนัก

จึงเป็นการโชว์ ศักยภาพของ Emma ให้เฉิดฉาย อย่างเต็มที่ ช็อตที่ตรึงใจ กับการแสดง ของเธอมากที่สุด ก็คงไม่พ้นซีนดราม่าในฉาก Audition ครั้งสุดท้าย (The Fools Who Dream)

เชื่อว่าใครที่ได้ดูฉากนี้ ก็คงเทคะแนน ให้เธออย่างเต็มที่ ด้วยคุณภาพการแสดงของเธอ ที่เราเคยเห็นจากเรื่องอื่นแล้ว ทั้งยังทำคะแนน ได้ดีในเรื่องนี้ ผสานกับบทหนัง ที่ดันเธอ ให้เด่นที่สุดในเรื่อง เชื่อว่าเธอมี คุณสมบัติ ดีพอที่จะคว้า Oscar ในปีนี้ไปครอง ได้อย่างแน่นอน

ส่วน Ryan Goshing (Sebastian) ก็แสดงได้ดี สมบทบาท ในมาดหนุ่มติสท์ บื้อ โรแมนติก มาดเข้ม แอ๊คหล่อ แต่ก็แอบตลก (ตามคาแรคเตอร์ พระเอกฮอลลีวูด สมัยก่อน) เพียงแต่ว่า หนังไม่ได้ดันบทของ Ryan ให้แสดงอารมณ์ ที่หลากหลาย มากเท่ากับ Emma จึงคิดว่าอย่างมาก แกคงได้เข้าชิง

As for Ryan Goshing (Sebastian), it’s a good acting, perfect role in a young, stubborn, romantic comedy, acting handsome, but secretly funny (according to the character Hollywood actors of the past) only that the movie doesn’t push Ryan’s script to express as many emotions as Emma, ​​so I think very much. You must have been nominated

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *